ISO กล้องคืออะไร ปรับอย่างไรให้เหมาะสม

สำหรับวันนี้เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง ISO ของกล้อง กันครับ ว่ามันคืออะไร และมันมีประโยชน์อย่างบ้าง และเขามีไว้เพื่ออะไรกัน นี่คงเป็นอีกคำถามสำหรับมือใหม่หัดขับทั้งหลายคงต้องถามกัน  เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราดูกันเลยครับ ว่ามันคืออะไรกันแน่ ตามมาเลยครับ

ค่า ISO นั้น เป็นหนึ่งในตัวควบคุมแสงของกล้อง DSLR  มันคือ ค่าความไวแสงของกล้องดิจิตอล DSLR นั่นเอง ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกความไวต่อแสงของเซ็นเซอร์กล้อง ยิ่งมีค่า ISO มากเท่าใด นั่นก็หมายความว่ากล้องของเรายิ่งมีความไวแสงมาก พูดง่ายๆ ก็คือ ค่า ISO มาก กล้องก็จะต้องการแสงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง ก็สามารถบันทึกภาพได้แล้ว และในทางตรงกันข้าม ถ้าค่า ISO ต่ำ ก็แน่นอน กล้องก็ย่อมต้องการแสงที่มากขึ้นด้วย จึงสามารถทำการบันทึกภาพไว้ได้

ประโยชน์ของการปรับตั้งค่า ISO

แก้ปัญหาภาพเบลอ สำหรับการปรับตั้งค่า ISO นั้น  มีประโยชน์มากในการถ่ายภาพในสภาวะที่มีแสงน้อย ๆ  เช่น ตอนพลบค่ำ หรือว่าจะเป็นตอนเช้าตรู่ หรือว่าจะเป็น ตอนกลางคืน ซึ่งช่วงเวลานั้นจะมีแสงน้อยมาก ซึ่งในสภาวะดังกล่าว จะทำให้สปีดชัตเตอร์ต่ำไปด้วย เพื่อให้สามารถรับแสงได้มากขึ้นกว่าปกติ จนทำให้เราไม่สามารถที่จะถือกล้องถ่ายให้นิ่งได้   ซึ่งมันก็จะส่งผลโดยตรงทำให้ภาพเบลอในที่สุด

และสำหรับวิธีการแก้ภาพเบลอ หลักๆ ก็ให้ใช้ขาตั้งกล้องช่วย แต่ถ้ากรณีที่เราไม่มีขาตั้งกล้องหละ หรืออาจจะมีแต่ลืมเอามาหรือขี้เกียจพกพาไปด้วยหละ  เราจะทำอย่างไร

ซึ่งสิ่งที่เราจะทำได้ก็คือ ให้ปรับค่า ISO เข้าช่วย โดยปรับค่าให้สูงขึ้น ซึ่งการปรับเร่งค่า ISO ให้สูงขึ้น 1 เท่า จะทำกล้องเรารับแสงได้เพิ่มขึ้นอีก 1stop เช่นว่า ถ้าเราปรับค่า ISO จาก 400 เป็น 800 เราก็จะได้สปีดชัตเตอร์เพิ่มขึ้นมาอีก 1stop นั่นเอง แต่การปรับค่า ISO สูงๆ ก็จะส่งผลโดยตรงกับภาพเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะเกิดจุดรบกวนขึ้นมา ซึ่งเราเรียกกันว่า Noise ทำให้ภาพขาดความคมชัดไป นั่นเอง ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่แนะนำให้ปรับค่า ISO ให้สูงขึ้น อาจใช้วิธีใช้ขาตั้งกล้องแก้ปัญหาไปก่อน แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ค่อยปรับใช้กันครับ

แต่ทว่า สำหรับกล้อง DSLR รุ่นใหม่ๆ ก็มีความสามารถเพิ่มมากขึ้นทำให้เราถ่ายภาพได้มีคุณภาพมากขึ้นเมื่อต้องดัน ISO ขึ้นสูงๆ บางทีจะเกิด Noise น้อยมาก โดยเฉพาะรุ่นโปร ที่มีราคาแพงๆ

การที่เราจะปรับค่า ISO เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

สำหรับการตั้งค่า ISO ให้เหมาะสมนั้น ก็ให้เพื่อนๆ ดูสภาพของแสง ณ ขณะนั้นเป็นหลัก นะครับ เช่น ถ้าถ่ายภาพในตอนกลางวันที่มีแสงเยอะ เราใช้ค่า ISO ที่ต่ำสุด ที่ 100 (บางรุ่นอาจปรับได้ต่ำกว่านี้) จะทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดโดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นตอนเย็นหรือพลบค่ำแสงก็เริ่มน้อยลง ถ้าเรายังใช้ค่า ISO เท่าเดิม ก็ย่อมจะเกิดปัญหา

ทำให้สปีดชัตเตอร์ช้าลงไป ส่งผลให้ภาพเบลอไปเลย เราก็อาจแก้ปัญหาโดยการดันค่า ISO ไปที่ 400 หรือมากกว่า แล้วดูว่ากล้องให้ค่าสปีดชัตเตอร์เราได้เท่าใด ซึ่งถ้าเกิดว่า ยังได้สปัดชัตเตอร์ที่ต่ำกว่า 1/60 วินาที ก็ให้เร่งไปที่ 800-1600 ก็ได้ หรืออาจมากกว่านั้น ถ้าจำเป็นจริง ๆ  แต่สำหรับวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ยังคงแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องร่วมด้วย จะทำให้เราไม่ต้องคำนึงถึงค่าความเร็วชัตเตอร์เท่าใดนัก และได้ภาพที่คมชัดเหมือนเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *